
วันนี้ (29 เมษายน 2569) เวลา 14.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางครองขนิษฐ รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูต ณ นครหลวงเวียงจันทน์ และคณะผู้บริหาร เข้าพบนายสอนไช สีพันดอน นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในโอกาสเดินทางเยือน สปป.ลาว เพื่อหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างสองประเทศ

นายสอนไช สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย กับกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อมของ สปป.ลาว โดยทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องในการผลักดันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาธนาคารสีเขียว การจัดตั้งแพลตฟอร์มเพื่อแลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้อมูลด้านจุดความร้อนและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยอาศัยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม ตลอดจนการสนับสนุนจากฝ่ายไทยในการจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่าให้แก่ สปป.ลาว

นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างจริงจัง โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกและความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากปัญหาหมอกควันส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมของประชาชนในภูมิภาคอาเซียน
โดยในการเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสานต่อและกระชับความร่วมมือระหว่างไทยและ สปป.ลาว โดยเฉพาะการร่วมกันป้องกันและลดปัญหาหมอกควันข้ามแดน ซึ่งประเทศไทยพร้อมสนับสนุนทั้งด้านบุคลากร องค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องมือที่จำเป็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ในการเข้าพบครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องในการร่วมกันดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันไฟป่า การเฝ้าระวังจุดความร้อน การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการฝึกอบรมบุคลากรด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการทำงานร่วมกันในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับใหม่ ระหว่างไทยและ สปป.ลาว ภายหลังการปรับโครงสร้างหน่วยงานของ สปป.ลาว จาก “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” เป็น “กระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม” เพื่อให้ความร่วมมือระหว่างสองประเทศมีความครอบคลุม สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และรองรับการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

โอกาสนี้ นายสุชาติ เน้นย้ำว่า ปัญหาหมอกควันไม่ใช่เรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นความท้าทายร่วมกันของทั้งภูมิภาค การแก้ปัญหาจะเกิดผลได้อย่างยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีอากาศที่สะอาดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ซึ่งการหารือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือไทย–สปป.ลาว ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของทั้งสองประเทศ พร้อมเดินหน้าร่วมกันในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประชาชนในภูมิภาคต่อไป